มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผนึกกำลัง เทศบาลเมืองศิลา จัดงาน Open Class & Best Practice ปีที่ 2 โชว์ศักยภาพนวัตกรรมหลักสูตรโรงเรียนสาธิตฯ มุ่งเปลี่ยนโฉมการศึกษาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

30 มีนาคม 2569 – เทศบาลเมืองศิลา ร่วมกับ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดงานโครงการจัดทำวิจัยประเมินผล Open Class และนำเสนอ Best Practice วิจัยในชั้นเรียน Open House ของโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองศิลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ หอประชุมยอดขวัญ เทศบาลเมืองศิลา เพื่อแสดงความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายใต้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ระหว่างสองหน่วยงาน โดยมีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นผู้ร่วมประสานงาน ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายในการจัดงานมีนิทรรศการแสดงผลงานและศักยภาพของนักเรียน พร้อมพิธีมอบรางวัล “ครูต้นแบบนวัตกรรมหลักสูตร Satit KKU Creative Innovator” จำนวน 7 ท่าน รางวัล Best Practice สำหรับครู และรางวัล “นักนวัตกร” (Innovator Satit Tetsaban Mueang Sila) ให้แก่นักเรียนที่มีผลงานโดดเด่น

นายไพรัตน์ ทวีวาร นายกเทศมนตรีเมืองศิลา เปิดเผยถึงเจตนารมณ์ในการพัฒนาว่า “ด้วยความตั้งใจที่จะวางรากฐานอนาคตให้แก่ลูกหลานชาวศิลาที่มีกว่า 55,000 คน ผมมุ่งเน้นนโยบาย ‘เรียนดี เรียนฟรี’ โดยใช้เทศบาลเป็นฐานในการขับเคลื่อน จากเดิมโรงเรียนบ้านโกธาที่มีนักเรียนเพียง 50 คน และเสี่ยงต่อการถูกยุบ วันนี้เราได้รับความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นเข้ามาเป็นพี่เลี้ยง จนสามารถยกระดับเป็นโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองศิลาที่มีนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 260 คน สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าหากท้องถิ่นมีความมุ่งมั่นและมีพันธมิตรทางวิชาการที่เข้มแข็ง เราจะสามารถสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริงได้ในพื้นที่ของเรา”

รศ.ดร.อิศรา ก้านจักร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวรับถึงความสำเร็จในมิติวิชาการว่า “ในฐานะพันธมิตรทางวิชาการ คณะศึกษาศาสตร์มีความยินดีที่ได้นำนวัตกรรมหลักสูตรและโมเดลการเรียนรู้จากโรงเรียนสาธิต มข. มาปรับใช้ในพื้นที่จริง ในปีที่ 2 นี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมาก ทั้งคุณภาพของครูต้นแบบ 7 ท่าน และความสามารถของนักเรียนนวัตกร ซึ่งสะท้อนว่ากระบวนการพัฒนาโมเดลยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยใช้ท้องถิ่นเป็นพื้นที่พัฒนานั้นมาถูกทางแล้วและถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อผู้เรียน”

ขณะที่ ผศ.ดร.ศิริศักดิ์ เหล่าจันขาม คณบดีวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กล่าวเสริมในมุมมองของการบริหารจัดการว่า “ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นนี้ เป็นผลมาจากภาวะผู้นำของท่านนายกเทศมนตรี ที่มองเห็นปัญหาจากรากเหง้าและเลือกใช้แนวทางที่เหมาะสมมาแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผมเชื่อว่าโมเดลความร่วมมือครั้งนี้คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพลิกโฉมการศึกษาให้ทันสมัย ซึ่งต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์ของผู้บริหารและความเชี่ยวชาญจากเครือข่ายวิชาการทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว”

ด้าน นายราชัน วงค์ชารี ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลเมืองศิลา กล่าวสรุปถึงกลไกการดำเนินงานว่า “โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง และคณาจารย์จาก มข. โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือ การพัฒนานวัตกรรมหลักสูตร การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครู และการก้าวสู่การเป็นโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรม ซึ่งกิจกรรมในวันนี้คือหลักฐานความสำเร็จที่จะส่งต่อแรงบันดาลใจในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ยั่งยืนต่อไป”

ความสำเร็จของโรงเรียนสาธิตเทศบาลเมืองศิลาในวันนี้ คือประจักษ์พยานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะขุมพลังทางปัญญาที่ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาการศึกษาในระดับท้องถิ่น การเปลี่ยนโรงเรียนสู่สถานศึกษาต้นแบบนวัตกรรมที่มีมาตรฐานวิชาการระดับสูง ไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนในเขตเทศบาลเมืองศิลาเท่านั้น แต่ยังเป็น “ศิลาโมเดล” (Sila Model) ที่เป็นต้นแบบความสำเร็จระดับประเทศ ในการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน


Khon Kaen University and Sila Municipality Host “Open Class & Best Practice Year 2,” Showcasing Satit School Innovation to Transform Local Education Sustainably

Sila Municipality, in collaboration with the Faculty of Education, Khon Kaen University (KKU), organized the “Open Class Evaluation and Best Practice Research Presentation” for Satit Tetsaban Mueang Sila School (Fiscal Year 2026) at Yodkhwan Hall. This event highlighted the success of the academic MOU between the two organizations, coordinated by the College of Local Administration, KKU, now in its second consecutive year. The program featured an exhibition of student potential and an award ceremony for 7 “Satit KKU Creative Innovator” master teachers, teacher best practices, and “Innovator” awards for outstanding students.

Mr. Pairat Taweewarn, Mayor of Sila Municipality, revealed his vision to build a foundation for over 55,000 residents of Sila through a “Good Education, Free Education” policy. By using the municipality as a driver and receiving mentorship from KKU, the school (formerly Ban Gotha School) has grown from 50 students at risk of closure to 260 students today. This proves that local commitment and strong academic partnerships can achieve real educational equality.

Assoc. Prof. Dr. Issara Kanjug, Dean of the Faculty of Education, KKU, acknowledged the academic success, stating that as an academic partner, the faculty is pleased to implement curriculum innovations and learning models from Satit KKU in a real-world setting. In the second year, significant progress is evident in both the quality of the 7 master teachers and the abilities of student innovators, reflecting that this local-based development model is on the right track to delivering concrete results for learners.

Asst. Prof. Dr. Sirisak Laochankham, Dean of the College of Local Administration, KKU, added that this rapid success is a result of the Mayor’s leadership in addressing root problems with appropriate solutions. He believes this collaboration is an excellent example for local government organizations in modernizing education through a synergy of executive vision and academic expertise.

Mr. Rachan Wongcharee, Director of the Education Division, Sila Municipality, concluded that the project involves all sectors, including the school board, parents, and KKU faculty. The three main objectives are: developing curriculum innovation, enhancing teacher competency, and becoming a prototype innovation school.

The success of Satit Tetsaban Mueang Sila School is a vital witness to Khon Kaen University’s role as an “Intellectual Powerhouse,” working with the community to solve local educational issues. This transformation into a high-standard innovation school, known as the “Sila Model,” serves as a national prototype for sustainable social development through cooperation between higher education and local government.

Scroll to Top